บทที่ 7 ตอนที่ 6
ตอนที่ 6
เอแอลกลับขึ้นมาที่ชั้น 8 คนเดียว
ประตูลิฟต์เปิดปุ๊บ ทุกคนหันมองเป็นตาเดียวกันจนร่างเล็กที่ยืนขาสั่นเทาในลิฟต์ แทบก้าวขาไม่ออก ตอนเสร็จกิจ ก่อนออกจากห้องน้ำเธอสำรวจตัวเองดีแล้ว ไม่มีส่วนไหนที่เลอะเทอะเปรอะเปื้อน จะมีก็แต่ช่วงล่างเธอนี่แหละ ที่ล้างเท่าไหร่ก็ไม่หายแฉะสักที เดินไม่กี่ก้าวน้ำเฮียแบร์ก็เหมือนจะไหลตลอด จนต้องขมิบไว้
"มาแล้วค่ะ" เอแอลพูดเสียงใส ข่มความเหนื่อยล้าและขาที่สั่นเทาของตัวเองตรงมาทางที่ทุกคนนั่งอยู่บนเบาะรองนั่งหลากสีสัน
การกลับมาของเอแอลทำสายตาทุกคู่คิดดีไม่ได้ สภาพก่อนไปดูดีกว่านี้มาก ไม่ได้อิดโรยแบบนี้เลย
"พี่บอกให้แอลจัดการแบร์ ไม่ใช่ไปให้แบร์จัด! รีบนั่งเลย ยืนขาสั่นขนาดนี้เดี๋ยวก็เป็นลมหรอก แบร์นะแบร์!" ที่รักแทบกุมขมับ รั้งเมียเด็กแบร์นั่งลงข้าง ๆ ขืนปล่อยให้ยืนนานกว่านี้ ขาอ่อนล้มพับแน่
"โดน..ใช่ไหม" พิเพลงยิ้มแหยถามด้วยที่พอจะเข้าใจความรู้สึก ขนาดตัวเฮียแบร์ใหญ่กว่าเฮียขุน เวลาเธอโดนเฮียขุนรุนแรง สภาพแทบไม่ต่างจากเอแอล แต่แค่ตอนที่เหนื่อยล้าขนาดนี้เธอได้นอนพัก ไม่ได้ออกมาพบปะผู้คน ไม่อย่างนั้นละก็..คงไม่ต่างกัน
ใบหน้าสวยใสของหญิงสาววัยยี่สิบต้น ๆ กดลงเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มบาง ๆ ตอบ..
"ไม่เป็นไรค่ะ นาน ๆ ครั้ง"
"หายไปตั้งนาน ไม่ใช่นาน ๆ ครั้ง ครั้งหนึ่งอะนานมาก!" ที่รักกอดอกพูด เธออยากลงไปต่อว่าแบร์จริง ๆ กะอีแค่ให้เมียตัวเองมาร่วมวงคุยกับเมียน้องมันเป็นปัญหาอะไรนักหนา ถึงขั้นต้องทำน้องขนาดนี้เลยเหรอ
"เฮียแบร์สูบแรงแอลไปหมดเลย ไหวไหมเนี่ย ~" ดาเลย์ยิ้มบางไม่ต่างจากคนอื่น ๆ เธอเองก็เอ็นดูเอแอลมาก น้องตัวเล็กน่ารักเหมือนตุ๊กตา เฮียแบร์ก็นะ ช่างทำได้ลงคอ
"แอลนอนพักเลย เดี๋ยวพี่ไปหาของว่างมาให้ ลองน้ำหวาน ๆ หน่อยไหม เติมน้ำตาล จะได้มีแรง" ซีเซย์กับณภัส เห็นพ้องเป็นเสียงเดียวกัน ก่อนจะรีบไปเปิดตู้เย็นหาของหวานเย็นชื่นใจมาให้เอแอลเพิ่มพลัง
"เห็นไหมบอกแล้ว เฮียแบร์น่ากลัว" ซีเซย์กระซิบพูดกับคุณแม่ลูกสาม เห็นแล้วสงสารเอแอล
"เรื่องผัวเมีย เดี๋ยวคงจัดการกันเอง แต่ถ้าไคซ์ทำแบบนี้ มีงอนแน่ ๆ"
"เซย์ด้วย.." คงโกรธไปหลายวัน
ชั้น 8 อยู่ในความสงบเพื่อให้หญิงสาวอายุน้อยที่สุดในกลุ่ม ที่มีศักดิ์เป็นพี่ใหญ่ที่สุดได้นอนพักงีบหลับเอาแรง
16.00 นาฬิกา
ดาเลย์อาสาจะกลับบ้านไปหยิบชุดว่ายน้ำสำหรับเย็นนี้ลำพัง ทว่าสาวน้อยกลับขอเดินไปด้วย เธอเลยต้องเออออเพราะไม่อยากขัดใจ
"พี่เลย์เคยถ่ายแบบด้วยเหรอคะ มีชุดสวย ๆ เยอะแน่เลย" เอแอลพูดขณะที่สองเรากำลังลงลิฟต์ด้วยกัน จนลงมาถึงด้านล่าง ตรงที่เมื่อหลายชั่วโมงก่อนเด็ก ๆ และคุณพ่อนอนเรียงรายกัน
"อือ พี่มีเยอะ แต่ไม่ค่อยได้ใส่แล้ว วัน ๆ เลี้ยงลูก ทำงาน ก็แทบหมดวัน"
"จริงด้วยค่ะ แค่ลูกก็หัวหมุนแล้วเนอะ"
"เลย์ไปไหน?" คนเป็นผัวรีบเดินมาประกบถามเมียรัก เขาชี้ไปที่กล่องนมของลูกเพื่อบอกเธอว่าเขากลับไปหยิบมาแล้ว และตอนนี้ลูกก็ไม่งอแง กำลังวิ่งเล่นสนุกเลย
"ไปหยิบของนิดหน่อยค่ะ"
"พี่ไปเป็นเพื่อนไหม" ปลื้มเสนอตัวเอง วันนี้ทั้งวันแทบไม่เห็นหน้าเมีย คิดถึงว่ะ! แค่ได้เดินข้าง ๆ สักสิบนาทีก็ยังดี แต่เมียไม่ดีด้วยเลย
"หนูมีน้องไปเป็นเพื่อนแล้ว ดูลูกเถอะ"
"อืม มีอะไรรีบโทรมานะ"
"จะมีอะไร บ้านอยู่แค่นี้เอง"
"บอกเผื่อไว้ครับ" ปลื้มพูดพลางลูบศีรษะเอ็นดูแม่ ๆ ของลินดา จนเมื่อเผลอสบตาเอแอล น้องมองซะกูอายเลย
"อือ ไปกัน" ดาเลย์อือตอบพ่อของลูกแล้วหันไปคว้าข้อมือเอแอลเดินขนาบข้างกันตรงไปยังประตูทางออก
"แมแม่ ~" อลิซน้อยวิ่งมาเกาะขาผู้เป็นแม่แล้วชูแขนขึ้น ขอให้อุ้ม เอแอลย่อตัวลงนั่งกอดอลิซ กดจมูกหอมแก้มซ้ายแก้มขวา กระซิบปฏิเสธลูกสาวทางอ้อมเพื่อไม่ให้ลูกสาวงอแง
"ใครจะอุ้มไหวกัน กินนมเก่งขนาดนี้"
"คิก คิก" แขนเรียวเล็กป้อม ๆ ที่โอบรอบลำคอแมแม่ เปลี่ยนมาป้องปากขำคิก ๆ ขโมยหอมแก้มหนึ่งครั้งก่อนวิ่งกลับไปเล่นซนเหมือนเดิม
เอแอลประคองเรียวขาที่ยังสั่นอยู่ยืนขึ้น หันไปยิ้มให้พี่เลย์ มองไปทางประตูอย่างที่ไม่ต้องบอกก็รู้กัน
ทว่า..
"ไปไหนไม่คิดจะบอกผัวหน่อยเหรอ.." เสียงที่ถามแอล ทำไอ้พวกเด็กเหี้ยหันมองเป็นตาเดียวกัน พวกมันมองอะไร?
"ไปเป็นเพื่อนเลย์เอาของ" ปลื้มตอบฝ่าความเงียบ เห็นสถานการณ์ตึงเครียดจนเกินไปเลยรีบตอบเฮียแบร์แทน เป็นการตอบแทนที่ไม่น่าเสนอหน้าเข้าไปยุ่งเลยกู..
"ใครถามมึง?"
"ไปกันเถอะค่ะพี่เลย์ แดดเริ่มลงแล้ว" เอแอลเลี่ยงไม่ตอบกลับแต่หันไปพูดกับรุ่นพี่สาวสวยด้านข้างแทน การกระทำของเธอทำอีกฝ่ายเกร็งอยู่ไม่น้อย
โดยระหว่างทางที่เดิน พี่เลย์กระซิบกระซาบถามแทบตลอดทาง คงกลัวเฮียแบร์โกรธละมั้ง กลัวมีปัญหากันแน่ ๆ จนเมื่อสองเราเดินกลับมาพร้อมถุงผ้าสองใบ
"มีปากไว้ทำไม" แบร์ถามเอแอลอีกครั้ง และคราวนี้ไอ้บูมก็เดินเข้ามาห้าม
"มึงจะอะไรนักหนา ก็อยู่ด้วยกันหมด อย่าเป็นบ้าดิ!"
"มึงเป็นเมียกูเหรอ?"
"กูเป็นน้องมึง"
"ไม่ใช่ก็อย่าเสือก"
"มึงแม่งนิสัยแบบนี้ ถ้าแอลทิ้งอีกรอบ ไม่ต้องถามหาเหตุผลเลยนะไอ้แบร์"
"กูก็แค่ถามดี ๆ"
"ถ้ามาแล้วมึงเป็นบ้าแบบนี้ วันหลังอย่ามาเหอะ สงสารน้อง"
"กูไม่ได้เป็นอะไร"
"มึงกำลังเป็น!" บูมสวนกลับเสียงดัง จนไอ้ภูมิเดินมารั้งไหล่ ตบหลังให้ใจเย็น ๆ
"จะเลิกกับมันไหมแอล เดี๋ยวฉันบอกป๋าม้าให้ ถ้าเธอเลิกกับมันไม่มีใครด่าว่าเธอหรอก ทุกคนเข้าใจ เพราะสันดานไอ้แบร์มันเป็นแบบนี้!"
"ถ้ากูกับแอลต้องเลิกกัน มึงกับเมียมึงก็เหมือนกัน ระวังไว้" แบร์กระตุกยิ้มตอบน้องชาย ลุกขึ้นยืนบิดขี้เกียจเดินผ่านหน้ามันไปหยุดตรงหน้าเอแอล
ถามเธอเพื่อความแน่ใจ
"เธออยากเลิกกับฉันเหรอ ไม่หรอกเนอะ"
"ไม่ต้องถึงขนาดเลิกหรอกค่ะ แค่ห่างกันสักพัก ก็คงดี" เอแอลสบตาตอบพ่อของลูกนัยน์ตาแน่วแน่ แข็งกร้าว จนเฮียแบร์นิ่งเงียบไป ขณะที่เดินผ่านเขามาหลายก้าวจนเกือบจะถึงตัวลิฟต์ ร่างเล็กหันหลังกลับไปพูดกับเขาที่ยังยืนอยู่ที่เดิมอีกครั้ง..
"แต่ถ้าห่างกันสักพักแล้วไม่มีอะไรดีขึ้น แยกย้ายกันก็ดีค่ะ เฮียแบร์อยู่ที่นี่ เดี๋ยวหนูไปอยู่กับป๋าม้าเอง ถ้าห่วงอลิซ เดี๋ยวเราค่อยแบ่งวันกันก็ได้ ดีต่อเรานะคะ ว่าไหม"
มาเฟียหนุ่มโดนเมียตอกกลับจนหน้าชา เขาแค่ถามเธอห้วน ๆ ติดปากหมาไปหน่อยก็แค่นั้น ทำไมเธอต้องจริงจังขนาดนี้ หรือในใจเธอคิดอยากห่าง อยากเลิกกับเขาอยู่แล้ว แค่รอเวลา?
"ใจเย็น ๆ คิดถึงอลิซเยอะ ๆ" ดาเลย์ลูบหลังปลอบรุ่นน้อง เธอเองก็ไม่คิดว่าการลงมาจะทำให้น้องทะเลาะกับพ่อของลูกแบบนี้ ถ้ารู้ก่อนหน้านี้ ไม่ให้ลงมาด้วยหรอก
"ขอโทษ" มาเฟียหนุ่มตัวโตยืนพูดอยู่ที่เดิม ก่อนจะหันสบตาเอแอล เธอสบตากันเพียงชั่วครู่ แล้วก็เป็นเธอที่หลบสายตา อาการแบบนี้ วันนี้ทะเลาะกันชัวร์ ยิ่งถ้าไม่ได้คุยไม่ได้เคลียร์ คงเครียดจนน้ำนมไม่ออกแน่ กูก็เหมือนกัน ต้องโดนทิ้งแน่ ๆ
สถานการณ์ตึงเครียดจนขุนเดินมาหยุดตรงหน้าเอแอล บอกให้เธอหันหน้าไปคุยกับพ่อของลูกดี ๆ เพราะถ้ายังหลบหน้าไม่อยากคุยแบบนี้ จะหาว่าเขารังแกไม่ได้นะ
ในรถ..
อยู่ในบ้านว่าเงียบแล้ว บนรถยิ่งเงียบกว่า..
"เราห่างกัน/รักเธอนะ" แอลพูดประโยคแรก เฮียแบร์พูดประโยคหลัง ความหมายต่างกันสิ้นเชิง จนชายหนุ่มมีคำถาม
"ทำไม.."
"บางทีเราอาจจะใกล้กันจนดูแคลน หนูว่าเราลองห่างกันสักพัก ดีไหมคะ ระหว่างนี้หนูจะไม่คุยกับใคร แต่หนูจะเก็บเสื้อผ้าไปอยู่กับป๋าม้าเฮียแบร์ อลิซอยู่กับป๊ะป๋าก็ได้ ลูกอยู่ได้อยู่แล้ว" เธออยากออกมาสูดอากาศบ้าง อยากเจอผู้คนบ้าง ไม่ต้องทำความรู้จักก็ได้ ขอแค่ให้ได้รู้ให้ได้เห็นว่าโลกใบนี้ไม่ได้มีแค่เราสามคนก็พอ
อาจเพราะเธออยู่ในห้อง เลี้ยงลูก อุดอู้จนเกินไป พอมีอะไรมากระทบกระเทือนจิตใจหน่อยก็อย่างที่เห็น..
"จะให้ฉันอยู่กับลูกสองคนเหรอ"
"หรือเฮียแบร์อยากอยู่คนเดียวคะ"
"ไม่ได้อยากอยู่กับลูกสองคน อยากอยู่กับเธอด้วย"
"ถ้าวันนั้นหนูตายไป เฮียแบร์จะเป็นยังไงเหรอ" ร่างเล็กไม่ได้อยากพูดแทงใจดำ เธอแค่อยากรู้ เขาจะใช้ชีวิตต่อไปยังไง จะตายตามเธอไป หรือจะอยู่กับลูกสองคน ส่วนเธอคงกลายเป็นผีเร่ร่อน ลอยไปลอยมา
คำถามที่ถามไปสะเทือนใจพ่อของลูกจนเขาร้องไห้หนักมาก ร้องไห้จนตัวโยน ร้องไห้จนไม่กล้าแม้แต่จะหันมาสบตา
คนร้องไห้ ไม่ได้ร้องไห้เพราะกลัวเราจะห่างกันอย่างเดียว เขากลัวการไม่มีเธออยู่ในชีวิตด้วยต่างหาก กว่าครึ่งค่อนชีวิตที่มีเธอ ตอนนี้เขาขาดเธอไม่ได้แล้ว
"ไม่ทะเลาะกันแล้วได้ไหมแอล.."
"หนูไม่ได้ทะเลาะกับเฮียแบร์เลย มีแต่เฮียแบร์ที่เอาแต่ใจ เหมือนอยากทะเลาะกับหนูตลอดเวลา"
"ขอโทษ"
"บางทีเราอาจจะต่างกันเกินไปจริง ๆ แค่อายุก็ห่างกันมาก ไม่แปลกหรอก ที่เราจะไม่เข้าใจกัน" ขณะพูดเฮียแบร์หันมาคว้ามือเธอไปกุมแน่น เขาส่ายหน้าทั้งน้ำตาจนน้ำตากระเด็นกระดอน
"ไม่เอา ไม่เลิกนะแอล ยังไงก็ไม่เลิก"
